เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จประทับที่เมืองเวรัญชา มีพราหมณ์คนหนึ่งมาขอเข้าเฝ้า และถามคำถามต่อพระพุทธองค์ว่าตามที่ได้ยินมา จริงหรือไม่ที่พระองค์ไม่ไหว้ หรือลุกต้อนรับบุคคลใด แม้ผู้นั้นจะเป็นผู้มากด้วยอายุกว่า หรือพราหมณ์ทั้งหลาย พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะไม่ว่าในโลกใดพระองค์ไม่ทรงเห็นบุคคลใดที่พึงไหว้ หรือลุกต้อนรับ
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ไม่ไยดี พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ไม่ทรงไยดีกับรูป รส กลิ่น เสียง หรือสิ่งที่มากระทบกายอีกแล้ว
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ไม่มีสมบัติ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะหากสมบัติคือ รูป รส กลิ่น เสียง หรือสิ่งที่มากระทบกาย พระองค์ทรงตัดขาดแล้ว
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ทรงสอนข้อไม่ควรทำ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ทรงสอนการไม่ทำกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ทรงสอนการไม่กระทำสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ทรงสอนให้ทำลาย พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์สอนให้ทำลายความอยาก ความโกรธ และความหลง ทรงสอนให้ทำลายสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ช่างรังเกียจ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์รังเกียจกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ทรงรังเกียจสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ช่างกำจัด พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อกำจัด ราคะ โทสะ โมหะ ทรงสั่งสอนให้กำจัดสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ช่างเผาผลาญ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนว่ากายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต สิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล เป็นสิ่งที่ควรเผาผลาญ พระพุทธองค์ทรงเผาผลาญสิ่งเหล่านั้นแล้ว
พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ไม่ผุดไม่เกิด พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์จะไม่มาเกิดเป็นมนุษย์อีกแล้ว
ทรงอุปมาพระองค์เป็นดังลูกไก่ที่กระเทาะตัวเองออกจากเปลือกไข่ได้ก่อนลูกไก่ตัวอื่น พระองค์ย่อมมีฐานะเป็นพี่ เปลือกไข่ที่ว่าคืออวิชชา คือความไม่รู้ซึ่งผู้คนทั้งหลายยังถูกเปลือกไข่นั้นห่อหุ้มอยู่ พระองค์ทรงกำจัดความไม่รู้ พระองค์ทรงพบแสงสว่าง พระองค์ทรงเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว
เวรัญชพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส เปรียบพระองค์เหมือนคนที่หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด จึงแสดงตนเป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนาตั้งแต่วันนั้น จากนั้นพราหมณ์ได้อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ให้จำพรรษาที่เมืองเวรัญชา พระพุทธองค์ทรงรับอาราธนานิมนต์
พระวินัยปิฎก เล่ม 1 มหาวิภังค์ ปฐมภาค - เวรัญชภัณฑ์