Wednesday, May 14, 2014

อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน


ชายคนหนึ่งเป็นช่างดอกไม้อยู่ในเมืองพันธุมดี เขาได้นำดอกไม้ที่จัดเสร็จไปตลาด ในครั้งนั้นพระวิปัสสีสัมพุทธเจ้าได้เสร็จมายังในเมือง ตามด้วยเหล่าพระภิกษุสงฆ์มากมาย ชายคนนั้นจึงหยิบดอกไม้หนึ่งพกออกมาถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดในกัปที่ 91

ในกัปนี้ชายคนนั้นได้เกิดมาบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเป็นพระอุจฉังคปุปผิยเถระ ผลของพุทธบูชานั้นทำให้พระอุจฉังคปุปผิยเถระพ้นจากความชั่วทั้งปวง และเผากิเลสทั้งหลายได้สำเร็จ

อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน - ผลแห่งการถวายดอกไม้หนึ่งพก
เรียบเรียงจาก พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ พุทธวังสะ-จริยาปิฎก

Thursday, May 8, 2014

พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระสงฆ์หุงหาอาหาร

พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระสงฆ์หุงหาอาหาร

เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์และพระสาวกทรงประทับอยู่เมืองเวรัญชา ขณะนั้นเมืองเวรัญชากำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร ข้าวยากหมากแพง ผู้คนหิวโหยล้มตายลง เพียงชาวเมืองที่มีบัตรอาหารจึงจะสามารถซื้ออาหารได้ ทำให้พระสงฆ์ไม่ได้รับบิณฑบาต 

ขณะนั้นมีพ่อค้าชาวอุตราปะถะ นำม้าจำนวน 500 ตัวมาพักแรมที่เมืองนี้ด้วย เมื่อไม่ได้อาหารหลังจากไปบิณฑบาตในเมือง พระภิษุจึงพากันไปบิณฑบาตที่คอกม้า ซึ่งพ่อค้าถวายข้าวแดงให้พระภิกษุ พระภิกษุจึงนำข้าวกลับไปยังอารามแล้วโขลกฉัน 

พระอานนท์นำข้าวนั้นไปถวายพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงได้ยินเสียงครกโขลก จึงทรงถามพระอานนท์ว่าเป็นเสียงครกใช่หรือไม่ พระอานนท์จึงกราบทูลเรื่องราวให้พระพุทธองค์ฟัง พระพุทธเจ้าจึงสั่งห้ามพระภิกษุโขลกปรุงอาหาร เพราะจะทำให้คนอื่นดูหมิ่นพระสงฆ์ได้ในภายหลัง


พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระโมคคัลลานะไม่ให้แสดงอิทธิฤทธิ์

จากนั้นพระโมคคัลลานะได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อขออนุญาตพลิกแผ่นดิน เพื่อพระภิกษุสงฆ์จะได้ฉันง้วนดินเป็นอาหาร พระพุทธเจ้าทรงตรัสถามถึงสัตว์ที่อยู่อาศัยอยู่ใต้ดิน พระโมคคัลลานะตอบว่าจะใช้อิทธิฤทธิ์ทำให้สัตว์ที่อยู่อาศัยใต้ดินไปรวมตัวกันอยู่ในหนึ่งฝ่ามือ แล้วใช้อีกหนึ่งฝ่ามือพลิกแผ่นดินเพื่อนำอาหารออกมา พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระโมคคัลลานะเพราะสัตว์ทั้งหลายอาจเป็นอันตราย

พระโมคคัลลานะจึงขออนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์ไปบิณฑบาตที่เมืองอุตรกุรุ พระพุทธองค์ทรงตรัสถามว่าพระสงฆ์ที่ไม่มีอิทธิฤทธิ์จะไปได้อย่างไร พระโมคคัลลานะตอบว่าจะใช้อิทธิฤทธิ์ของตนพาพระภิกษุสงฆ์ไปทั้งหมด พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระโมคคัลลานะไม่ให้พาพระสงฆ์ไปบิณฑบาตถึงเมืองอุตรกุรุ

พระวินัยปิฎก เล่ม 1 มหาวิภังค์ ปฐมภาค - เวรัญชภัณฑ์

เวรัญชพราหมณ์

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จประทับที่เมืองเวรัญชา มีพราหมณ์คนหนึ่งมาขอเข้าเฝ้า และถามคำถามต่อพระพุทธองค์ว่าตามที่ได้ยินมา จริงหรือไม่ที่พระองค์ไม่ไหว้ หรือลุกต้อนรับบุคคลใด แม้ผู้นั้นจะเป็นผู้มากด้วยอายุกว่า หรือพราหมณ์ทั้งหลาย พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะไม่ว่าในโลกใดพระองค์ไม่ทรงเห็นบุคคลใดที่พึงไหว้ หรือลุกต้อนรับ 

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ไม่ไยดี พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ไม่ทรงไยดีกับรูป รส กลิ่น เสียง หรือสิ่งที่มากระทบกายอีกแล้ว

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ไม่มีสมบัติ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะหากสมบัติคือ รูป รส กลิ่น เสียง หรือสิ่งที่มากระทบกาย พระองค์ทรงตัดขาดแล้ว

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ทรงสอนข้อไม่ควรทำ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ทรงสอนการไม่ทำกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ทรงสอนการไม่กระทำสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ทรงสอนให้ทำลาย พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์สอนให้ทำลายความอยาก ความโกรธ และความหลง ทรงสอนให้ทำลายสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ช่างรังเกียจ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์รังเกียจกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ทรงรังเกียจสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ช่างกำจัด พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อกำจัด ราคะ โทสะ โมหะ ทรงสั่งสอนให้กำจัดสิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ช่างเผาผลาญ พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนว่ากายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต สิ่งที่เป็นบาปเป็นอกุศล เป็นสิ่งที่ควรเผาผลาญ พระพุทธองค์ทรงเผาผลาญสิ่งเหล่านั้นแล้ว

พราหมณ์จึงถามต่อว่าจริงหรือไม่ที่ได้ยินมาว่าพระองค์ไม่ผุดไม่เกิด พระพุทธองค์ตรัสว่าเป็นเช่นนั้นจริง เพราะพระองค์จะไม่มาเกิดเป็นมนุษย์อีกแล้ว

ทรงอุปมาพระองค์เป็นดังลูกไก่ที่กระเทาะตัวเองออกจากเปลือกไข่ได้ก่อนลูกไก่ตัวอื่น พระองค์ย่อมมีฐานะเป็นพี่ เปลือกไข่ที่ว่าคืออวิชชา คือความไม่รู้ซึ่งผู้คนทั้งหลายยังถูกเปลือกไข่นั้นห่อหุ้มอยู่ พระองค์ทรงกำจัดความไม่รู้ พระองค์ทรงพบแสงสว่าง พระองค์ทรงเผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว 

เวรัญชพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส เปรียบพระองค์เหมือนคนที่หงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด จึงแสดงตนเป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนาตั้งแต่วันนั้น จากนั้นพราหมณ์ได้อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ให้จำพรรษาที่เมืองเวรัญชา พระพุทธองค์ทรงรับอาราธนานิมนต์

พระวินัยปิฎก เล่ม 1 มหาวิภังค์ ปฐมภาค - เวรัญชภัณฑ์